ก.พ. 09

ประวัติวัดมหาธาตุ

ประวัติวัดมหาธาตุ มีดังนี้

เชื่อว่าหลายคนคงเคยขับรถผ่านวัดมหาธาตุหรือแม้แต่บางคนอาจจะเคยเข้าไปกราบไหว้ขอพระพุทธรูปที่อยู่ภายในวัดซึ่งปัจจุบันวัดมหาธาตุจะเป็นโบราณสถานที่มีอายุเก่าแก่มากกว่าร้อยปี แต่เดิมวัดมหาธาตุเคยเป็นวัดที่ใช้สำหรับจัดงานพิธีกรรมต่างๆของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในสมัยนั้นต่อมาได้มีการเกิดศึกสงครามวัดมหาธาตุ

ได้ถูกศัตรูจุดไฟเผา ทำศิลปะภายในวัดรวมถึงเจดีย์ต่างๆ ได้รับความเสียหาย กลายเป็นซากปรักหักพัง ซึ่งปัจจุบันประชาชนที่เข้าไปในวัดมหาธาตุมักจะไปเพื่อศึกษาเกี่ยวกับความเป็นมาของสมัยโบราณเพราะวัดแห่งนี้สร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 1917 โดยถูกสร้างขึ้น

โดยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 แต่พระองค์ทรงเสด็จสวรรคตเสียก่อน

ทำให้วัดนี้ยังสร้างไม่เสร็จแต่ต่อมาในสมัยของพระนเรศวรก็ได้ให้ช่างกลับมาสร้างวัดแห่งนี้ต่อจนแล้วเสร็จและกลายเป็นที่ประดิษฐานขององค์พระบรมสารีริกธาตุอีกด้วย เนื่องจากวัดแห่งนี้ถูกสร้างกลางใจของตัวเมือง ดังนั้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา พระนเรศวรจึงทรงใช้วัดนี้ในการจัดพระพระราชพิธีต่างๆ

สำหรับที่วัดมหาธาตุนี้ถือว่าเป็นวัดเก่าแก่

อีกวัดที่อยู่คู่กับจังหวัดพระนครศรีอยุธยามาอย่างยาวนาน ผ่านการใช้งานจากพระมหากษัตรมากมายหลายพระองค์ และผ่านสงครามมานับครั้งไม่ถ้วน โดยเฉพาะในช่วงที่กรุงศรีอยุธยาเสียกรุงครั้งที่สอง  พม่าได้เผาวัดหลายวัดในกรุงศรีทิ้งซึ่งหนึ่งในวัดที่ถูกเผาคือวัดมหาธาตุ ปัจจุบันความงดงามที่เคยมีกลายเป็นเหลือเพียงซากที่หักพังแต่ก็ยังสามารถมองเห็นความงดงามที่เคยมีมาในอดีตได้ สำหรับที่วัดมหาธาตุนี้มีสิ่งก่อสร้างมากมายด้วยกัน

นั่นก็คือ พระปรางค์ขนาดใหญ่แต่ปัจจุบันไม่สามารถหาดูได้แล้วเพราะได้พังทลายไปแล้ว , เจดีย์แปดเหลี่ยม ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สร้างไม่เหมือนกับวัดที่ไหนมีเพียงที่นี่ที่เดียวเท่านั้น โดยจะมีทั้งหมด 4 ชั้นด้วยกัน , วิหารที่ฐานชุกชี ซึ่งที่นี่เคยมีประวัติเล่าว่ามีคนเคยมาแอบลักลอบขุดเพื่อหาสมบัติแต่ไม่สามารถระบุได้ว่าโจรที่มาขุดได้อะไรไปบ้างแต่ทางกรมศิลป์ได้มาขุดเพิ่ม

ซึ่งได้พบกับโบราณวัตถุที่มีการซุกซ่อนไว้อยู่มากมาย , วิหารเล็กเป็นจุดที่ผู้คนนิยมมาเยี่ยวชมเพราะจะมีลักษณะขอรากไม้พันรอบเศียรของพระพุทธรูปเอาไว้ , พระปรางค์ขนาดกลาง และตำหนักพระสังฆราช สำหรับที่มีการกแต่งไว้อย่างสวยสดงดงามในอดีต สำหรับการเข้ามากราบไหว้วัดมหาธาตุจะเปิดให้คนเข้าเยี่ยมชมได้ตั้งแต่เวลา 08.30 -16.30 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายซึ่งปัจจุบันที่วัดแห่งนี้คนที่รักในศิลปะความงามมักจะเข้ามาวาดรูปหรือมาถ่ายรูปรวมถึงเป็นสถานที่ทัศนะศึกษาของเหล่านักเรียน