เม.ย. 10

ท่องเที่ยวใกล้กรุง…จังหวัดนนทบุรี

จังหวัดนนทบุรีอยู่ใกล้กับจังหวัดกรุงเทพเพียงแค่เอื้อมมือเท่านั้น การเดินทางไปจังหวัดนนทบุรีปัจจุบันก็มีมากมายหลากหลายให้เลือกสรรทั้งทางน้ำ โดยเรือด่วนใช้เวลาเพียงแค่ 1 ชั่วโมงเศษ ๆเท่านั้น และทางบก โดยรถโดยสารประจำทางก็มีให้เลือกอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรถตู้ รถเมล์ หรือรถโดยสารบางชนิดก็ใช้เวลาเพียงไม่ถึง 1 ชั่วโมง

ใกล้กันแค่นี้แต่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่น่าสนใจ หากมีวันหยุดทั้งทีคงต้องลองไปเที่ยวที่จังหวัดนนทบุรีสักครั้งแล้ว

ชมเฌย มาที่สถานที่แรกของจังหวัดนนทบุรี ชมเฌย สถานที่แห่งนี้อยู่ที่อำเภอบางกรวย เป็นสถานที่จำลองบ้านเรือน และร้านค้าต่าง ๆในอดีต เปิดให้บริการเป็นสตูดิโอขนาดเล็กให้ผู้ที่ต้องการถ่ายทำหนังหรือภาพยนตร์ต่าง ๆเข้าไปเช่าสถานที่ได้ และยังมีร้านอาหาร ร้านคาเฟ่อีกมากมายเปิดให้บริการสำหรับผู้ที่ต้องการมานั่งชมบรรยากาศหรือเข้ามาถ่ายรูปเช็คอินได้อีกด้วย

พิพิธภัณฑ์บ้านดุริยางคศิลปิน แต่เดิมสถานที่แห่งนี้เป็นบ้านของ ครูมนตรี ตราโมท ศิลปินอห่งชาติที่มีผลงานยอดเยี่ยมของประเทศไทย รวมทั้งยังเป็นผู้พระราชนิพนธ์เพลงไทยอีกมากมาย พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปรียบเหมือนสถานที่ ๆเล่าถึงเรื่องราวครั้งยังมีชีวิตอยู่ของครูมนตรี ตราโมท รวบรวมของใช้ต่าง ๆที่ท่านได้ใช้จริงในตอนที่ยังมีชีวิตไว้อย่างมากมาย สถานที่นี้จึงเป็นเหมือนสถานที่แห่งความทรงจำของวงการดนตรีไทยอีกแห่งเลยก็ว่าได้

วัดบางจาก วัดชื่อดังในจังหวัดนนทบุรี บรรยากาศบริเวณวัดให้ความร่มรื่นเป็นอย่างมาก เพราะอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา จึงมีลมเย็นพัดผ่านเสมอ โดยจุดเด่นของวัดนี้คือหลวงพ่อโตที่มีความสูงกว่า 27 เมตร หันหน้าออกทางฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ผู้ที่สัญจรทางน้ำผ่านมาจะเห็นได้ถึงความงดงามของหลวงพ่อโตองค์นี้ โดยภายในฐานของหลวงพ่อโตองค์นี้ยังมีพระวิหาร ที่มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่อีกมากมาย 

วัดกู้ เป็นอีกวัดหนึ่งในจังหวัดนนทบุรีที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก เพราะมีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนานของพระนางเรือล่มหรือสมเด็จพระเจ้าสุนันทกุมารีรัตน์ ซึ่งเป็นพระบรมราชเทวีอัครมเหสีในรัชกาลที่ 5 พระนางเกิดเหตุเรือพระที่นั่งล่มในบริเวณวัดแห่งนี้ และซากเรือได้ถูกกู้ขึ้นมาที่ท่าเรือของวัดแห่งนี้ จึงได้ชื่อว่า วัดกู้ และภายในวัดยังมีประวัติ และสิ่งต่าง ๆที่บ่งบอกถึงเรื่องราวของพระนางอีกมากมาย 

Street Art เมืองนนท์ ในปัจจุบันบริเวณกำแพงของใต้สะพานเจษฎาบดินทร์ได้มีการวาดภาพ 3 มิติที่สวยงามอยู่มากมายที่แสดงถึงความเป็นอยู่ของชาวจังหวัดนนทบุรี ให้ความสวยงามเป็นอย่างมากกับผู้คนที่ผ่านไปมา ผู้ที่มาท่องเที่ยวที่จังหวัดนนทบุรีหากไม่มาเช็คอิน ถ่ายรูปคู่กับ Street Art แห่งนี้ก็เหมือนกับมาไม่ถึงจังหวัดนนทบุรีเลยทีเดียว

มี.ค. 26

ห้ามทำเวลากลางคืน

ความเชื่อของคนโบราณ

       สิ่งที่มีมาแต่โบราณ และได้มีการสั่งสอนจากรุ่นสู่รุ่น ในเรื่องคำห้ามจากคนในสมัยโบราณมาถึง พ่อ แม่ และยังบอกต่อมาถึงสมัยโบราณจะเลูกหลานในอนาคตด้วย คำห้ามนั้นอาจจะสมเหตุสมผลเพราะในชื่อในเรื่องลี้ลับ สิ่งที่ตาเปล่ามองไม่เห็นจำพวกคุณไสยในสมัยก่อนตอนเวลาใกล้ค่ำก็จะให้รีบปิดประตูหน้าต่างแล้ว เพราะกลัวคนปล่อยของมากับลม หรือเรียกอีกอย่างว่า

สิ่งที่ห้ามทำในเวลากลางคืน

        ห้ามกวาดบ้าน คนโบราณจะเชื่อว่า การกวาดบ้านนั้นอาจจะนำทรัพย์สินออกไปหมด

        ได้กลิ่นธูปห้ามทัก คนโบราณจะเชื่อว่า การได้กลิ่นธูปจะมีวิญญาณมาหา ฉะนั้นเมื่อได้กลิ่นธูปห้าทักเด็ดขาด หรือเราอาจจะพูดถึงคนที่ตายไปแล้ว อยู่ๆเราเกิดได้กลิ่นธูปขึ้นมา วิญญาณเค้าอาจจะมาหาเราก็เป็นไปได้

          ห้ามนอนตรงกับขื่อบ้าน คนโบราณจะเชื่อว่า อาจจะถูกผีอำได้จึงห้ามมานอนใต้บริเวณขื่อบ้าน

          ห้ามหวีผมหน้ากระจกตอนเที่ยงคืน คนโบราณเชื่อว่า การหวีผมตอนเที่ยงคืนและหน้ากระจกด้วยแล้วคนเค้าไม่ทำกัน และถ้าเรามาหวีแล้วมองกระจกไป เห็นไม่ใช่หน้าเราจะทำยังไง

        ห้ามหันหัวนอนไปทิศตะวันตก คนโบราณจะเชื่อว่า การหันหัวนอนไปทิศตะวันตกนั้นเป็นการหันไปทิศของคนตาย เพราะการสวดศพจะหันหัวผู้ตายไปทางทิศตะวันตก

          ได้ยินเสียงคนเรียกในเวลากลางคืนห้ามขานรับ คนโบราณจะเชื่อว่า เมื่อมีคนมาเรียกในเวลากลางคืนอาจจะไม่ใช่คน อาจจะเป็นผีมารับไปอยู่ด้วย ฉะนั้นเมื่อเวลาได้ยินเสียงเรียกจึงห้ามขานรับเด็ดขาด

          ห้ามเคาะจานข้าว คนโบราณจะเชื่อว่า เวลาจะทานอาหารเย็นนั้นห้ามเคาะจานข้าวเด็ดขาดเพราะจะเป็นการเรียกผีมารับอาหาร หรือเหมือนเรียกผีมากินข้าวด้วย

          ห้ามตัดเล็บตัดผมในวันตัว คนโบราณจะเชื่อว่า การตัดเล็บ ตัดผมในวันตัวเองนั้นจะทำให้อายุสั้น จึงควรหลีกเลี่ยงไปตัดวันอื่นแทน

          ห้ามร้องเพลงในครัว คนโบราณจะเชื่อว่า การร้องเพลงในครัวนั้นจะได้แฟนแก่

           ห้ามทำประตูตรงกับบันได คนโบราณจะเชื่อว่า การทำบันไดตรงกับประตูนั้นจะทำให้เก็บเงินทองไม่อยู่ หรือสร้างประตูตรงกันหมดหน้าบ้านทะลุหลังบ้านเลยก็ไม่ดี

          การที่เราได้ยินคำของคนโบราณ จนมาถึงในยุคปัจจุบันก็ควรจะทำตามหรือเชื่อฟัง ไว้บ้างก็ดี และไม่ได้เสียหายอาไรเลย อาจจะช่วยให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้นก็ได้

มี.ค. 19

เที่ยวดับความร้อนกับน้ำตกที่น่าเที่ยว

น้ำตกหิวนรกเขาใหญ่สำหรับน้ำตกเหวนรก

แค่มองดูก็รู้เลยว่าวิวสวยรู้สึกอย่างกับว่าอยู่บนสวรรค์เลยแต่กว่าที่คุณจะเห็นวิวสวยที่รำข้าวแบบนี้คุณจะต้องเดินลงบันไดที่ฉันมากๆซึ่งมีมากกว่า 200 ท่านเพื่อที่จะได้มาชมวิวน้ำตกน้ำตกเหวนรกเป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่มากเลยทีเดียวซึ่งมีทั้งหมดสามชั้นสำหรับฉันแรกมีความสูงเราราว 60 เมตรเมื่อน้ำไหลผ่านชั้นนี้น้ำจะไหล พรุ่งสุดหน้าผาชั้นที่สองและชั้นที่สามซึ่งในลักษณะการไหลตก 90 องศามันจะไหลลงไปเที่ยวผิวเบื้องล่าง

สำหรับในช่วงฤดูฝนน้ำจะไหลแรงมากจนน่ากลัวกว่าซึ่งจะมีความอันตรายมากๆและตามพื้นที่แถวนั้นระหว่างเดินทางไปที่น้ำตกคุณจะเห็นสีสันต่างๆแต่ก็ควรระวังหักด้วยเพราะว่าถ้าเข้าช่วงหน้าฝนน้ำตกทุกทุกแห่งจะมีน้ำเยอะและไหลแรงแตกต่างกันไปนักท่องเที่ยวทุกคนควรระมัดระวังและดูป้ายเตือนหรือไปห้างต่างๆ

เพื่อที่จะได้ไม่ทำผิดและไม่เสี่ยงต่อชีวิต แต่การที่ฝนตกและนักท่องเที่ยวได้มาท่องเที่ยวดูนักท่องเที่ยวทุกคนก็ได้สัมผัสถึงความเขียวคะจีของน้ำตกของป้าใหญ่ซึ่งถือได้ว่าเป็นความงดงามที่หาดูยากมากในที อื่นๆ

 น้ำตกนางรองจังหวัดนครนายก

สำหรับน้ำตกนางรองตั้งอยู่บนคลองนางรองน้ำตกนี้มีฉันเกลียดเตี้ยตายฉันและยังมีอ่างน้ำเล็กๆปลาย. ทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนสามารถลงเล่นน้ำได้ตลอดเวลาซึ่งในบางจุดนั้นฉันก็อาจจะเป็นฉันเตี้ยเตี้ยและน้ำจะไม่ลึกมากซึ่งเด็กเด็กก็สามารถเล่นได้ไม่อันตรายแต่ถ้าในช่วงหน้าฝนอาจจะต้องพิจารณาว่าจะสามารถเล่นได้ไหมเพราะในหน้าฝนปริมาณน้ำจะเยอะกว่าปกติอาจจะเล่นได้แค่ตรงบริเวณตลิ่งเท่านั้น

เพราะในช่วงหน้าฝนถ้าน้ำเยอะมากๆจะทำให้น้ำ ไหลแรงซึ่งอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ซึ่งต้องบริเวณน้ำตกจะมีพื้นที่ที่จะให้นักท่องเที่ยวได้นั่งปูเสื่อปิ๊กนิกกินข้าวพักผ่อนแล้วยังมีร้านอาหารบริการมีห้องน้ำไว้ให้คุณบริการตั้งที่ตำบลหินตั้งอำเภอเมืองนครนายกจังหวัดนครนายกเวลาเปิดปิดคือทุกวันตั้งแต่เวลา 8 โมง 30 นาทีถึง 17:00 น. ซึ่งคุณก็ยี่ยมชมได้ 

น้ำตกดงพญาเย็นที่จังหวัดสระบุรี

น้ำตกแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากน้ำตกเจ็ดสาวน้อยประมาณ 1.5 กิโลเมตรเท่านั้นน้ำตกนี้เกิดจากลำห้วยมวกเหล็กเช่นเดียวกันมีลักษณะเป็นน้ำตกที่ไม่ได้ใหญ่มากมีความเล็กหน่อยหน่อยน่ารักน่ารักมีฉันเตี้ยเตี้ยหลายหลายชั้นซึ่งจะมีแอ่งน้ำตื้นๆเหมาะให้เด็กเด็กลงเล่นน้ำได้ซึ่งน้ำที่นี่ก็เย็นสบายมากแล้วน้ำก็จะเย็นไปตลอดทั้งปีเหมาะกับตอน ฤดูร้อนเป็นอย่างมากซึ่งทั้งสองฝั่งของน้ำตกจะมีต้นไม้หลายหลายชนิดหลายหลาย 1000 มีสีเขียวคะจีให้บรรยากาศที่อยู่ในป่าใหญ่มีอากาศเย็นสบายสุดชื่นชาวบ้านแถวแถวนั้นก็มักจะทำแค่ไม้ไผ่ริมน้ำเพื่อที่จะให้นักท่องเที่ยวได้มานั่งพักผ่อนซึ่งแถวแถวน้ำตกก็มีบริการร้านอาหารและต้องขอบอกเลยว่าอาหารที่นั่นรสชาติอร่อยถูกปากแน่นอนกินไปพร้อมชมวิวน้ำตกไปให้ความรู้สึกสบายสบาย                                          

มี.ค. 13

พาเที่ยวโซนหาดเจ้าหลาว

พาเที่ยวโซนหาดเจ้าหลาวและโซนปากน้ำแขมหนูสองโซนที่เที่ยวที่น่าสนใจของจังหวัดจันทบุรี 

พูดถึงการมาท่องเที่ยวที่จังหวัดจันทบุรีแล้วนอกจากจะมีจุดชมวิวสวยสวยและฟาร์มสัตว์บกและสัตว์น้ำแล้วที่จันทบุรียังขึ้นชื่อเรื่องชายหาดที่มีความสวยงามและเงียบสงบเป็นธรรมชาติซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำสองโซนที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดจันทบุรีให้ทราบกัน

1.สำหรับโซนแรกเราจะไปเยี่ยมชมโซนหาดเจ้าหลาวสำหรับที่นี่นักท่องเที่ยวจะได้พบกับหาดทรายสีนวลที่มีความสวยงามและมีความลาดชันสูงต่ำซึ่งหาดนี้จะมีความยาวประมาณ 5 กิโลเมตรเป็นถาดน้ำตื้นที่นักท่องเที่ยวสามารถลงไปเล่นน้ำได้และหากใครต้องการชมความงามของท้องทะเลยามค่ำคืนที่ชายหาดแห่งนี้จะมีรีสอร์ทติดทะเลตลอดแนวชายหาดให้เข้าพักอาศัยได้

นอกจากนี้ที่โซน หาดเจ้าหลาวยังมีร้านหินสีชมพูซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปที่ร้านหินนี้กันเป็นจำนวนมากโดยลักษณะของร้านหินแห่งนี้จะเป็นหินยื่นเข้าไปในกลางแม่น้ำนักท่องเที่ยวสามารถที่จะยืนถ่ายรูปเพื่อชมความงามของธรรมชาติแห่งท้องทะเลได้

2.โซนที่สองจะเป็นโซนปากน้ำแขมหนูสำหรับที่นี่จะอยู่ติดมาจากหาดเจ้าหลาวโดยอยู่บริเวณปากอ่าวของคลองวังโตนดสลับที่นี่จะเป็นจุดชมวิวที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปกันเป็นจำนวนมากเพราะจะมีสะพานข้ามแม่น้ำที่จะเห็นวิวได้อย่างสวยงามเรียนส่วนใหญ่จะเป็นวิวแม่น้ำกับบ้านเรือนของประชาชนรวมถึงเรือหาปลาซึ่งหาชมที่ไหนได้ยากมาก และมาต่อกันด้วยสะพานเฉลิมพระเกียรติปากน้ำแขมหนู

ซึ่งที่สะพานแห่งนี้เป็นสถานที่ถ่ายรูปที่ขึ้นชื่อของจังหวัดจันทบุรีเป็นอย่างมากเพราะสะพานแห่งนี้เป็นสะพานยาวที่ข้ามแม่น้ำถึงครึ่งกิโลเมตรด้วยกันที่สะพานแห่งนี้เราสามารถถ่ายรูปสวยสวยพร้อมกับเดินชมวิถีชีวิตการดำเนินชีวิตของชาวประมงแถวนี้ได้แต่ถ้าหากใครขับรถมามีกฎการห้ามจอดรถบนสะพานซึ่งนักท่องเที่ยวจะต้องนำรถมาจอดที่เชิงสะพานเท่านั้นและอีกจุดหนึ่งที่ไม่ไปเที่ยวไม่ได้เลยนั่นก็คือทะเลแหวกปากน้ำแขมหนู

ซึ่งที่นี่นับเป็นจุดท่องเที่ยวที่เรียกได้ว่าเป็นอันซีนของเมืองไทยอย่างหนึ่งซึ่งหากใครอยากจะไปชมทะเลแหวกจะต้องนั่งเรือหรือนั่งแพพาลากออกไปชมซึ่งทะเลแบบนี้จะเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากการที่น้ำรถแล้วมีสันดาปโผขึ้นกลางทะเลซึ่งการเที่ยวชมทะเลแหวกนั้นจะต้องมาชมในเวลาช่วงเช้าเช้าในช่วงที่น้ำลดเท่านั้นหากมาในช่วงสายก็จะไม่สามารถเห็นทะเลแหวกได้แล้ว

มี.ค. 06

เที่ยวเมืองร้อยเอ็ด

   สิบเอ็ดประตูเมืองงาม จากข้อความเพียงส่วนหนึ่งของคำขวัญประจำจังหวัดก็ทำให้หลายๆคนนึกอยากจะมาเที่ยวที่เมืองนี้แล้ว อยากจะมาดูว่าจังหวัดนี้มี 11 ประตูทางเข้าหรือเปล่า วันนี้เราจะมาหาคำตอบจากการท่องเที่ยวที่จังหวัดร้อยเอ็ดกันค่ะ ก่อนอื่นคำว่า 11 ประตู ก็มาจากในอดีตที่มีเมืองขึ้นตรง 11 หัวเมือง จึงกลายมาเป็นเมือง 11 ประตู ส่วนคำว่าร้อยเอ็ดน่าจะเป็นการออกเสียงเพี้ยนมาจาก สิบเอ็ดหนึ่ง เป็นร้อยเอ็ด เมื่อทราบความเป็นไปเป็นมาแล้ว

วันนี้จะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรรู้จักกันค่ะ

 

  • วัดบูรพาภิราม วัดพระอารามหลวง เป็นวัดที่อยู่ในอำเภอเมือง สัญลักษณ์ที่เด่นชัดคือ วัดที่มีพระสูงที่สุดในประเทศไทย วัดพระใหญ่หรืออีกชื่อคือพระพุทธรัตนมงคลมหามุนี
  • วัดกลางมิ่งเมือง เป็นวัดที่อยู่ใจกลางเมืองร้อยเอ็ด เป็นวัดที่เก่าแก่ มีสถาปัตยกรรมที่เล่าเรื่องราวของจังหวัดร้อยเอ็ด

 

  1. บึงพลาญชัย เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นบึงทีมีเกาะอยู่ตรงกลาง และมีน้ำล้อมรอบ เหมาะกับการมาเที่ยวในวันหยุด มีกิจกรรมพายเรือกลางน้ำ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวร้อยเอ็ด นอกจากนี้ยังมีสนามเด็กเล่น รถไฟทัวร์ และสวนสุขภาพให้เดินเพลิดเพลินใจ
  2. เจดีย์มหามงคลบัว ที่เป็นศูนย์รวมด้านพุทธศาสนา มีรูปปั้นเกจิอาจารย์ไว้ให้สักการะ 
  3. วัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง) อยู่ทีอำเภอศรีสมเด็จ เป็นวัดของหลวงปู่ศรี ที่สร้างจากหินทราย เหมาะกับการไปเที่ยวในวันหยุด และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 
  4. พระมหาเจดีย์ชัยมงคล หรือผาน้ำย้อย ตั้งอยู่ที่อำเภอหนองพอก เป็นเจดีย์ที่มีความสวยงาม ชั้นบนสุดบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า  และยังมีเขตห้ามล่าสัตว์ป่าผาน้ำทิพย์ที่อยู่สถานที่ใกล้เคียงกัน มีพืชและพันธ์ไม้ รวมทั้งสัตว์ป่าที่หายากอาศัยอยู่ในบริเวณนี้ 

และยังมีแลนด์มาร์คใหม่อยู่ที่ใจกลางเมืองร้อยเอ็ด นั่นก็คือ หอโหวดร้อยเอ็ด สูงประมาณ 105 เมตร มีจำนวน 32 ชั้น สามารถมองเห็นทิวทัศน์รอบเมืองร้อยเอ็ดได้แบบ 360 องศา ซึ่งอยู่ในช่วงดำเนินการก่อสร้าง และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2563 

นอกจากนี้ที่ขาดไม่ได้คือทุ่งกุลาร้องไห้ ที่เปรียบเสือนอู่ข้าวอู่น้ำของจังหวัดร้อยเอ็ด และมีชื่อเสียงด้านการปลูกข้าวหอมมะลิ บนเนื้อที่ประมาณ 2 ล้านไร่ 

หากใครที่ยังไม่รู้จักจังหวัดร้อยเอ็ด แนะนำเลยค่ะว่าควรมาเที่ยว การเดินทางก็สะดวกสบาย สามารถเดินทางมาได้ทั้งรถยนต์ส่วนตัวหรือโดยสารเครื่องบินก็ได้ ร้อยเอ็ดก็มีสนามบินนะคะ หรือใครอยากเดินทางแบบสบายๆไม่เร่งรีบ ก็สามารถนั่งรถโดยสาร ระยะทางห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 512 กิโลเมตร มาสัมผัสชีวิตแบบชาวอีสาน ดื่มด่ำธรรมชาติที่หาซื้อไม่ได้ 

ก.พ. 20

การเตรียมสำหรับการเที่ยวแบบผจญภัย

ใครชอบการท่องเที่ยวบ้างไหม การท่องเที่ยวนั้นมีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบนั้นก็อยู่ที่แต่ละคนจะชอบ แต่ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงการท่องเที่ยวแบบผจญภัย หรือที่หลายคนเรียกกันว่า การเที่ยวแบบอเวนเจอร์

ซึ่งเป็นการเที่ยวในแบบผจญภัย เหมาะสำหรับใครที่ชอบการผจญภัย การบุกการลุย ไม่กลัวที่จะเจ็บ ไม่กลัวดำ ชอบความท้าทาย ถ้าหากว่าใครชอบการท่องเที่ยวรูปแบบนี้แล้วอยากจะลองออกไปเที่ยวรูปแบบนี้ดูสักครั้ง คุณอาจจะทำตัวไม่ถูกว่าต้องทำอะไรบ้างอยู่แน่ๆ

เพราะการท่องเที่ยวรูปแบบนี้มันจะต่างจากการท่องเที่ยวรูปแบบอื่นโดยสิ้นเชิง มันไม่ใช่แค่การที่คุณเก็บเสื้อผ้ายัดใส่ลงกระเป๋าเท่านั้น แต่มันต้องเตรียมอุปกรณ์หลากหลายอย่างที่พร้อมจะซัพพอร์ตตัวคุณอยู่เสมอ แต่แล้วจะมีอะไรบ้างดังนี้

1.ความพร้อมในด้านการเงิน แน่นอนว่าการท่องเที่ยวมักจะต้องมีการวางแผนอยู่เสมอ เพื่อเตรียมเงินสำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆที่ได้วางไว้โปรแกรมการเที่ยวเรียบร้อยแล้วตั้งแต่การเดินทาง ค่ากิน ค่าที่พัก และจิปาฐะต่างๆ เพราะถ้าหากคุณได้ทำการวางแผนสำหรับการเที่ยวไว้แล้วนั้นคุณจะสามารถกำหนดเรื่องเงินได้ แบ่งการใช้เงินได้ แต่ถ้าหากคุณไม่ไม่ได้วางแผนโปรแกรมการเที่ยว มีความรู้สึกอยากไปก็จะไปเลยนั้นเท่ากับว่าคุณจะต้องมีจำนวนเงินที่พร้อมจะรองรับความต้องการของคุณเป็นอย่างมาก ไม่เช่นนั้นแล้วคุณอาจจะพาตัวเองไปลำบากแทน

2.เตรียมแผนการท่องเที่ยว แผนการท่องเที่ยวท่องเที่ยวนั้นจะต้องวางเอาไว้พร้อมกับการกำหนดเงินที่จะใช้ในการท่องเที่ยว คุณจะต้องวางแผนการท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับที่จำนวนที่คุณมี หรือเหมาะสมกับจำนวนเงินที่คุณกำหนดเอาไว้ การสร้างแผนการท่องเที่ยวนั้นจะเป็นตัวกำหนดการทำกิจกรรมในการเที่ยวแต่ละวันของคุณ สิ่งนี้จะทำให้คุณสนุกกับการท่องเที่ยวมากขึ้น

3.การทำประกัน คุณของทราบดีอยู่แล้วว่าการท่องเที่ยวแบบผจญภัยนั้นมีความเสี่ยงหลายๆด้าน เพราะต้องกล้าเสี่ยง ชอบความท้าทาย สายลุยๆ ฉะนั้นแล้วการเที่ยวรูปแบบนี้อาจจะทำให้คุณได้อุบัติเหตุได้ เนื่องจากการเที่ยวรูปแบบนี้ตัวเองแม้ต่อให้เที่ยวมานานมาหลากหลายที่แล้วนั้นก็อาจจะพลาดได้ ไม่มีอะไรมารับประกันความปลอดภัยได้100% เช่นนี้เองคุณจึงควรทำประกันให้ตัวเองก่อนการเดินทางด้วยนะ

4.ความพร้อมของสุขภาพร่างกายและจิตใจ เพราะการเที่ยวรูปแบบผจญภัยจะต้องอาศัยทักษะต่างๆเข้ามาช่วย ซึ่งในการเที่ยวผจญบางประเภทอาจจะต้องใช้ความกล้าอยากมากที่มีผลกระทบต่อจิตใจ อย่างเช่น การปีนหน้าผา ที่ต้องอาศัยทักษะร่างกายที่คล่องแคล่ว และไม่กลัวความสูง เพราะการปีนเขาคุณจะต้องปีนไปให้ถึงยอด การหยุดกลางครันนั้นอาจจะทำให้ทริปไม่สนุกไปเลยก็ได้

ก.พ. 18

เที่ยวน้ำตกสามหลั่นกันดีกว่า

เที่ยวอุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น จังหวัดสระบุรี

   สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ การเดินป่า พักแรมข้างริมอ่านเก็บน้ำ นอนฟังเสียงนกร้องนอนตอนกลางคืน ที่นี่จะตอบโจทย์การท่องเที่ยวของคุณได้เป็นอย่างดี แต่หากใครที่อยากจะมาเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับก็ได้ ซึ่งระยะทางจากกรุงเทพมาที่น้ำตกสามหลั่นนี้มีระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตรเท่านั้น

โดยประวัติของน้ำตกสามหลั่นแต่เดิมนั้นเป็นพื้นที่ของวนอุทยานน้ำตกสามหลั่นเพราะมีพื้นที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติดของพระฉาย แต่ต่อมาทางกรมป่าไม้ได้โอนย้ายวนอุทยานน้ำตกสามหลั่นให้มาอยู่ภายใต้การดูแลของอุทยานแห่งชาติแทน

ซึ่งหลังจากที่มีการสำรวจพื้นที่แล้วทางกองอุทยานแห่งชาติจึงตั้งจุดที่มีน้ำตกสามหลั่นนี้เป็นอุทยานแห่งชาติพระพุทธฉายเพราะมีพื้นที่อยู่ในเขตพระพุทธฉายแต่ต่อมาในปี พ.ศ. 2549 ก็ได้เปลี่ยนชื่อให้ใหม่เป็นอุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่นจนมาถึงปัจจุบัน และหากใครที่เดินทางเข้ามาเที่ยวที่น้ำตกสามหลั่นจะเห็นได้ว่าที่นี่จะมีการจัดโซนน้ำตกออกมาเป็นทั้งหมด 3 ชั้นโดยน้ำตกสามหลั่นนี้เป็นน้ำตกขนาดกลางที่มีความสูงของน้ำตกแต่ละชั้นสูงอยู่ที่ประมาณ 2 เมตร ซึ่งจะมีหินที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติวางเรียงรายลดหลั่นซ้อนกันเป็นชั้นๆเวลาที่น้ำไหลลงมาตามซอกหินจึงเกิดความงดงามของน้ำตกที่จะมีน้ำกระเซ็นออกมาอย่างสวยงาม

ยิ่งโดยเฉพาะหากมาเล่นน้ำตกสามหลั่นในช่วงหน้าฝนน้ำจะเยอะเป็นพิเศษจะเห็นความแรงของน้ำที่ไหลลงมากระทบหินสวยงามมาก บรรยากาศโดยรอบของน้ำตกสามหลั่นจะมีต้นไม้น้อยใหญ่ขึ้นเต็มไปหมดนั่นเพราะว่าเป็นพื้นที่อยู่ในเขตอุทยาน การเดินทางเข้ามาเที่ยวที่น้ำตกแห่งนี้จะต้องมีการเดินทางเท้าเข้ามาด้วย

ซึ่งจะเหมาะกับนักท่องเทียวที่ชอบเดินป่า นอกจากเราจะได้เที่ยวเล่นน้ำตกแล้วการเดินทางมาเที่ยวที่นี่เราอาจจะได้พบกับสัตว์ป่าพื้นบ้านของที่นี่ได้อีกด้วยสำหรับการเล่นน้ำตกนั้นนอกจากจะมีจุดที่ให้เล่นน้ำแล้วยังมีจุดที่จัดเอาไว้สำหรับเป็นที่นั่งให้นักท่องเที่ยวได้มานักพักผ่อนหย่อนใจ มาฟังเสียงน้ำไหล เสียงนกร้อง

เหมาะอย่างมากที่จะมาสำหรับคลายเครียดจากการทำงานหนักเนื่องจากการเดินทางมาเที่ยวน้ำตกสามหลั่นนั้นเป็นการเดินทางในป่าจึงทำให้คุณจะได้สัมผัสกับความสดชื่นจากธรรมชาติอย่างแท้จริง มาที่นี่คุณจะได้สัมผัสกับความร่มรื่นเย็นสบายไม่ร้อนเพราะมีต้นไม้เยอะแยะมากมายและน้ำยังใส เย็นแต่ที่น้ำตกสามหลั่นนี้ในช่วงฤดูร้อนน้ำอาจจะแห้งมีเหลือน้อย หากอยากสัมผัสกับความงามของน้ำตกอย่างแท้จริงให้มาเที่ยวในช่วงหน้าฝน

ก.พ. 09

ประวัติวัดมหาธาตุ

ประวัติวัดมหาธาตุ มีดังนี้

เชื่อว่าหลายคนคงเคยขับรถผ่านวัดมหาธาตุหรือแม้แต่บางคนอาจจะเคยเข้าไปกราบไหว้ขอพระพุทธรูปที่อยู่ภายในวัดซึ่งปัจจุบันวัดมหาธาตุจะเป็นโบราณสถานที่มีอายุเก่าแก่มากกว่าร้อยปี แต่เดิมวัดมหาธาตุเคยเป็นวัดที่ใช้สำหรับจัดงานพิธีกรรมต่างๆของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในสมัยนั้นต่อมาได้มีการเกิดศึกสงครามวัดมหาธาตุ

ได้ถูกศัตรูจุดไฟเผา ทำศิลปะภายในวัดรวมถึงเจดีย์ต่างๆ ได้รับความเสียหาย กลายเป็นซากปรักหักพัง ซึ่งปัจจุบันประชาชนที่เข้าไปในวัดมหาธาตุมักจะไปเพื่อศึกษาเกี่ยวกับความเป็นมาของสมัยโบราณเพราะวัดแห่งนี้สร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 1917 โดยถูกสร้างขึ้น

โดยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 แต่พระองค์ทรงเสด็จสวรรคตเสียก่อน

ทำให้วัดนี้ยังสร้างไม่เสร็จแต่ต่อมาในสมัยของพระนเรศวรก็ได้ให้ช่างกลับมาสร้างวัดแห่งนี้ต่อจนแล้วเสร็จและกลายเป็นที่ประดิษฐานขององค์พระบรมสารีริกธาตุอีกด้วย เนื่องจากวัดแห่งนี้ถูกสร้างกลางใจของตัวเมือง ดังนั้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา พระนเรศวรจึงทรงใช้วัดนี้ในการจัดพระพระราชพิธีต่างๆ

สำหรับที่วัดมหาธาตุนี้ถือว่าเป็นวัดเก่าแก่

อีกวัดที่อยู่คู่กับจังหวัดพระนครศรีอยุธยามาอย่างยาวนาน ผ่านการใช้งานจากพระมหากษัตรมากมายหลายพระองค์ และผ่านสงครามมานับครั้งไม่ถ้วน โดยเฉพาะในช่วงที่กรุงศรีอยุธยาเสียกรุงครั้งที่สอง  พม่าได้เผาวัดหลายวัดในกรุงศรีทิ้งซึ่งหนึ่งในวัดที่ถูกเผาคือวัดมหาธาตุ ปัจจุบันความงดงามที่เคยมีกลายเป็นเหลือเพียงซากที่หักพังแต่ก็ยังสามารถมองเห็นความงดงามที่เคยมีมาในอดีตได้ สำหรับที่วัดมหาธาตุนี้มีสิ่งก่อสร้างมากมายด้วยกัน

นั่นก็คือ พระปรางค์ขนาดใหญ่แต่ปัจจุบันไม่สามารถหาดูได้แล้วเพราะได้พังทลายไปแล้ว , เจดีย์แปดเหลี่ยม ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สร้างไม่เหมือนกับวัดที่ไหนมีเพียงที่นี่ที่เดียวเท่านั้น โดยจะมีทั้งหมด 4 ชั้นด้วยกัน , วิหารที่ฐานชุกชี ซึ่งที่นี่เคยมีประวัติเล่าว่ามีคนเคยมาแอบลักลอบขุดเพื่อหาสมบัติแต่ไม่สามารถระบุได้ว่าโจรที่มาขุดได้อะไรไปบ้างแต่ทางกรมศิลป์ได้มาขุดเพิ่ม

ซึ่งได้พบกับโบราณวัตถุที่มีการซุกซ่อนไว้อยู่มากมาย , วิหารเล็กเป็นจุดที่ผู้คนนิยมมาเยี่ยวชมเพราะจะมีลักษณะขอรากไม้พันรอบเศียรของพระพุทธรูปเอาไว้ , พระปรางค์ขนาดกลาง และตำหนักพระสังฆราช สำหรับที่มีการกแต่งไว้อย่างสวยสดงดงามในอดีต สำหรับการเข้ามากราบไหว้วัดมหาธาตุจะเปิดให้คนเข้าเยี่ยมชมได้ตั้งแต่เวลา 08.30 -16.30 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายซึ่งปัจจุบันที่วัดแห่งนี้คนที่รักในศิลปะความงามมักจะเข้ามาวาดรูปหรือมาถ่ายรูปรวมถึงเป็นสถานที่ทัศนะศึกษาของเหล่านักเรียน

ม.ค. 22

เที่ยวที่ประเทศไต้หวัน

อาหารที่ควรไปทานเมื่อคุณไปเที่ยวที่ประเทศไต้หวัน

 ประเทศไต้หวันอีกหนึ่งประเทศสุดฮิตที่นักท่องเที่ยวไทยกำลังให้ความสนใจไปเยือนถิ่นเพื่อเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติอย่าง อุทยานธรณีเหย่หลิว น้ำพุร้อนเป่ยโถว น้ำตกสือเฟิ่น  สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่าง หมูบ้านโบราณบนเขาจิ่วเฟิ่น

การปล่อยโคมลอยที่ผิงซี สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์อย่างพิพิธภัณฑ์แห่งชาติกู้กง อนุสรณ์สถานเจียงไคเช็ก สถานที่เที่ยวสุดฮิปโดนใจวัยรุ่นอย่าง ศูนย์ความคิดสร้างสรรค์ฮว่าซาน  1914 หรือแม้แต่สถานที่ท่องเที่ยวสำหรับสายกินที่ต้องไปตะลุยหาร้านเด็ดร้านดัง สตรีทฟู๊ดต่างๆ

ซึ่งบอกเลยว่านักท่องเที่ยวหลายๆคนอยากมาที่ประเทศนี้ก็เพราะชื่อเสียงด้านความอร่อย ว่าแต่ว่ามาเที่ยวที่ประเทศไต้หวันทั้งทีควรจะกินอาหารอะไรบ้าง หลายๆคนคงมีคำถามนี้อยู่ในใจ

ซึ่งเมนูที่อยากให้หลายๆคนควรจะไปลองทานมีดังนี้ 

  1. หม้อไฟหม่าล่า โด่งดังกันมาอย่างยาวนานกับเมนูนี้ ดังถึงขนาดที่ว่ามีหลายๆร้านในประเทศไทยที่ขายหม้อไฟหม่าล่านี้ แต่ไปถึงประเทศไต้หวันทั้งทีเมนูนี้ห้ามพลาดเด็ดขาด ตัวน้ำซุปจะต้มด้วยสมุนไพรและพริกหม่าล่าให้รสชาติเผ็ดร้อน และชาแผ่ซ่านไปทั้งลิ้น ลวกกินแบบชาบูๆด้วยของสดต่างๆ ทั้งเนื้อ หมู ไก่ ทะเล และลูกชิ้น บอกเลยว่ารสชาติอร่อยเผ็ดถึงใจแน่นอน แนะนำให้ไปกินที่ร้าน Mala Yuanyan Hotpot มีสาขาอยู่ที่ตลาดกลางคืนซีเหมินติง
  2. ซาลาเปาอบโอ่ง ของเด็ดของดีที่ตลาดกลางคืนเหล่าเฮอใครไปที่ตลาดแห่งนี้เป็นต้องลองทุกคน ซาลาเปาร้อนๆอบจากโอ่ แป้งจะกรอบๆหอมๆด้านนอก นุ่มด้านใน ใส่ไส้ด้วยเนื้อหมูสับ ต้นหอมเน้นๆ และให้รสเผ็ดด้วยพริกไทย เป็นอาหารที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง เพราะหาทานยากมาก
  3. เต้าหู้เหม็น เป็นอาหารที่เหม็นสมชื่อแต่อร่อยมากๆถ้าทานเป็น โดยเต้าหู้เหม็นคือเต้าหู้หมักที่นำไปทอดราดด้วยซอสหอมๆ เต้าหู้จะให้สัมผัสกรอบๆที่ด้านนอกและนุ่มๆด้านใน  รสชาติอร่อยกลมกล่อม บางที่เสิร์ฟมาคู่กับผักดอง แนะนำทานที่ตลาดเหล่าเฮออีกเช่นกัน
  4. เสี่ยวหลงเป่า ซาลาเปาแป้งบางลูกเล็กๆ เมื่อกัดเข้าไปคำนึงแล้วจะมีน้ำซุปไหลออกมา เป็นอาหารที่ต้องทานแบบระวังนิดหน่อย เพราะถ้ากัดไม่ดีแล้วอาจจะลวกปากได้ แต่บอกเลยว่าควรกินเพราะจะได้รสหวานจากน้ำซุปในตัวไส้ของซาลาเปาและรสสัมผัสที่คาดไม่ถึง
  5. บะหมี่อาจง อาหารชื่อดังสุดๆในย่านซีเหมินติง บะหมี่ราดน้ำซอสข้นๆ ทานตอนร้อนๆนี่อร่อยนักแล ตัวน้ำซอสจะมีเห็ดหอม หน่อไม้ ไก่ เป็นส่วนผสมหลัก รสชาติใกล้เคียงกะเพาะปลาแต่ก็ไม่เหมือนสักทีเดียว มีพริกและน้ำส้มให้ปรุงรสเพิ่มความอร่อย

รู้แบบนี้แล้วไปประเทศไต้หวันจะได้ไม่พลาดของเด็ดของอร่อยกันอีกต่อไป ใครจะไปตามรอยก็ไม่ว่ากัน เพราะอร่อยทุกอย่างแน่นอน การันตีด้วยความดังและคนต่อแถวกันทานเยอะมากๆ บอกเลยว่าคุณจะเอ็นจอยกับการกินจนหยุดไม่ได้แน่ๆ

ม.ค. 20

เดือนมกราคมเที่ยวไหนได้บ้าง

สำหรับเดือนมกราคมนี้เป็นเดือนที่หนึ่งของปีใหม่

ดังนั้นใครที่มีความคิดอยากท่องเที่ยวตั้งแต่ต้นปีหรือคนที่ไม่ได้หยุดในช่วงปีใหม่แต่มาหยุดในอาทิตย์ถัดมาของเดือนมกราคมนั้น สามารถหาสถานที่ท่องเที่ยวได้ไม่ยากนะ เพราะยังถือว่าอยู่ในช่วงที่ยังมีอากาศเย็นอยู่ในบางพื้นที่ ซึ่งเราสามารถท่องเที่ยวได้ทั้งทพเลและภูเขาเลยแหละ เพราะบรรยากาศแบบนี้สามารถไปได้ในทุกๆที่ แถมยังเป็นราคาที่ถูกกว่าช่วงเทศกาลอีกด้วยนะ มาดูกันเลยว่าสถานที่ไหนที่ยังไปได้บ้าง

หากคุณเป็นคนที่ชอบแนวทะเลขอแนะนำตามนี้เลยคะ

ใครก็ตามที่มีความชื่นชอบในเรื่องของทะเลสามารถไปได้ในทุกจังหวัดที่มีทะเลเลยก็ว่าได้ เพราะในตอนนี้ภายุยังไม่มีวี่แววว่าจะมาแถมบรรยากาศก็แสนจะพิเศษ เรียกได้ว่าหากบุคคลใดที่มีความชื่นชอบในทะเลแล้วนั้นไปช้อปปิ้งหาชุดสวยๆมาไว้รอได้เลย

และการจองที่พักก็แสนจะวิเศษเพราะไม่ต้องมาแย่งกับใครในช่วงเทศกาลเรียกได้ว่าไม่เต็มไม่แพงและแถมยังอาจจะเป็นการเที่ยวที่เป็นส่วนตัวอีกด้วยนะ เพราะในช่วงนี้เรียกได้ว่าบริษัทต่างๆได้เปิดการทำงานกันทุกที่แล้ว การแก่งแย่งที่พักและอาหารไม่มีอย่างแน่นอน มีแค่เตรียมสตางค์กับชุดสวยๆไปถ่ายรูปวิวเลยคะ

สำหรับท่านที่ชื่นชอบแนวธรรมชาติมีดังนี้

เนื่องจากการท่องเที่ยวจะมีทะเลแล้วยังมีป่ามีเขาให้ชมอีกด้วยนะ ใครที่ชื่นชอบในนความเป็นธรรมชาติหรือแนวแบบบ้านๆก็สามารถท่องเที่ยวตามสถานที่เหล่านี้ได้อยู่ ซึ่งตามธรรมชาติแบบนี้ก่าจะเป็นภูเขาที่มีความใหญ่อย่างเช่นเขาใหญ่เพราะสถานที่อื่นอาจจะเป็นการร้อนเกินไปสำหรับหน้านี้แล้ว

ซึ่งหากอยากได้ธรรมชาติแบบอากาศที่มีความเย็นแล้วนั้นต้องเป็นภูเขาที่ใหญ่เท่านั้น อย่างเช่น เขาค้อ เขาใหญ่ หรือทางภาคเหนือในบางพื้นที่

เพราะอากาศของบ้านเรานั้นเริ่มที่จะร้อนแล้ว จึงทำให้ในบางพื้นที่ก็ไม่มีอากาศเย็น และหากท่านอยากที่จะสัมผัสกับอากาศที่มีความเย็นละก็ต้องบอกว่าเขาใหญ่ๆหรือสถานที่ที่อยู่บริเวณเขาที่มีขนาดใหญ่อยู่นั้นก็ยังสามารถสัมผัสกับอากาศเช่นนั้นได้ 

แต่หากไม่ชอบเขาก็มาที่น้ำตกเลยจร้า เพราะได้คลายร้อนกับสถาพอากาศบ้านเราแบบนี้พอดิบพอดีเลยแหละ ดังนั้นน้ำตกจึงเป็นอีกที่ที่สามารถมาพักผ่อนกันได้ แถทที่น้ำตกสมัยนี้ก็มีบ้านให้พักนั่งกินปิ้งย่างกันล้ว สบายๆอากาศเย็นกับธรรมชาติชิวๆอีดอก อย่าลืมการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเดือนมกราคมนะคะ รีบหน่อยนะเพราะบางสถานที่อาจจะไม่ได้บรรยากาศอย่างที่คุณต้องการแล้วหากมีการล่าช้าอยู่