ส.ค. 18

ตลาดและถนนคนเดิน ย่าน Little India ประเทศสิงคโปร์

          ถนนคนเดิน ย่าน  Little India   เชื่อหรือไม่ว่าในประเทศสิงคโปร์นั้นไม่ได้มีเฉพาะแค่คนจีนเท่านั้นที่อาศัยอยู่เป็นจำนวนมากแน่นอนว่าเรารู้ว่าในประเทศสิงคโปร์นั้นมากกว่า 75% นั่นคือคนจีนแต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีคนบางกลุ่มนั้นเป็นชาวอินเดียที่มาตั้งรกรากอาศัยอยู่ในประเทศสิงคโปร์จ

นถึงขนาดว่ามีตลาดเป็นของกลุ่มคนอินเดียโดยตรงซึ่งที่นี่นั้นเป็นตลาดที่สามารถหาซื้อสินค้าที่เกี่ยวกับประเทศอินเดียได้มากมายเต็มไปหมดและที่สำคัญยังเป็นแหล่งที่เราจะได้เห็นวัฒนธรรมของทางฝั่งของประเทศอินเดียในประเทศสิงคโปร์ได้นั่นเอง

       หากนักท่องเที่ยวคนไหนที่ชื่นชอบอาหารหรือสินค้าของประเทศอินเดีย

แนะนำว่าให้คุณไปเดินที่ตลาดและถนนคนเดินย่าน Little India ซึ่งที่นี่นั้นบอกได้เลยว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพวกเสื้อผ้าเครื่องประดับรวมถึงเครื่องเทศและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆนอกจากนี้ยังมีพวกประเภทผลไม้ของที่ระลึกถูกนำมาวางขายที่ตลาดแห่งนี้มากมายเต็มไปหมด

ซึ่งบอกได้เลยว่าถ้าหากว่าคุณจะซื้อสินค้าที่เป็นสินค้าของอินเดียโดยตรงสามารถมาที่ตลาดแห่งนี้ได้เลยรับรองว่าคุณจะพบกับสินค้าที่คุณต้องการทุกประเภทอย่างแน่นอนและที่สำคัญสินค้าที่ขายในแถวลิตเติ้ลอินเดียนั้นราคาย่อมเยาและไม่แพงอย่างที่คิด 

      สำหรับตัวตลาดนั้นจะเป็นตึกแถวที่ผูกติดกันโดยแบ่งออกเป็น 3 4 โซนด้วยกัน

ถนนคนเดิน ย่าน  Little India ซึ่งแต่ละโซนนั้นก็จะมีร้านค้าขายของของคนอินเดียนำมาวางขายไม่ว่าจะเป็นอาหารอินเดียเสื้อผ้าผลไม้และเครื่องประดับดังนั้นที่นี่จึงได้เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของประเทศสิงคโปร์ซึ่งถ้าหากใครเบื่อที่จะช้อปปิ้งสินค้าแนวไชน่าทาวน์ก็มาช้อปปิ้งสินค้าแนวอินเดียได้เลย

       ที่ Little India นั้นจะมี 2 ซอยขนาดเล็กมากมายเต็มไปหมดและนักท่องเที่ยวเดินเข้าไปก็จะเห็นร้านค้าอยู่ตามตรอกซอกซอยนั้นเต็มไปหมดเช่นเดียวกันซึ่งสินค้าแต่ละร้านนั้นก็จะมีการแบ่งประเภทออกอย่างชัดเจนแบ่งการขายเป็นโซนไปโดยจะมีการขายทั้งโซนที่เป็นโซนอาหาร

ซึ่งอาหารนั้นก็จะเป็นอาหารสไตล์อินเดียสไตล์แขกนอกจากนี้ยังเป็นโซนขายของสดเช่นพวกผลไม้สดหรือถ้าหากใครต้องการซื้อพวกอาหารมังสวิรัติก็มาหาซื้อได้ที่โซนขายของสดเช่นเดียวกันนอกจากนี้ยังแบ่งออกเป็นการขายโซนพวกเครื่องแต่งกายเสื้อผ้าและเครื่องประดับ

      สำหรับตลาดถนนคนเดิน Little India นะนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาได้ตั้งแต่ช่วงเช้าไปจนถึงช่วงเย็นเลยทีเดียวซึ่งที่นี่จะคึกคักมากมายไปด้วยคนอินเดียและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวที่ประเทศสิงคโปร์นอกจากคุณจะช้อปปิ้งของมากมายหลายอย่างได้แล้วที่นี่ยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ถ่ายรูปสวยมากๆอีกด้วย 

 

สนับสนุนโดย.   Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

ส.ค. 07

พาเที่ยวประเทศเวียดนามเมืองซาปา

หากพูดถึงประเทศเวียดนามแล้วเป็นประเทศที่อยู่ติดกับประเทศไทยเป็นประเทศเพื่อนบ้านของไทยมาอย่างยาวนานหลายคนอาจจะไม่รู้ว่าประเทศเวียดนามนั้นแท้ที่จริงแล้วมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามมีบรรยากาศที่ดี ประเทศเวียดนามเมืองซาปา และที่สำคัญยังมีความเหมือนกับประเทศในแถบยุโรปอีกด้วยสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะพาไปรู้จักกันในครั้งนี้นั้นอยู่ที่เมืองซาปา

         ที่เมืองซาปาแห่งนี้นั้นเป็นเมืองที่อยู่ไกลจากเมืองหลวงพื้นที่ส่วนใหญ่ยังเป็นพื้นที่เกี่ยวกับการเกษตรแต่อย่างไรก็ตามเมืองแห่งนี้นั้นก็ไม่ได้เป็นป่าเขาลำเนาไพรอย่างที่คุณคิดเพราะว่าสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองซาปานั้นมีการออกแบบสไตล์ยุโรปมีทั้งสถาปัตยกรรมที่มีความงดงามและมีความโดดเด่นที่สำคัญสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองซาปานั้นจะอยู่ท่ามกลางหุบเขา

       ดังนั้นเมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวที่เมืองซาปาแห่งนี้สิ่งแรกที่คุณจะได้เจอก็คืออากาศที่สดชื่นบริสุทธิ์และเย็นสบายตลอดทั้งปีทำให้เวลาเที่ยวนั้นคุณจะพลาดได้อย่างเพลิดเพลินและไม่เกิดความเครียดเลยทีเดียว ประเทศเวียดนามเมืองซาปา สำหรับใครที่ชื่นชอบการเที่ยวท่ามกลางธรรมชาติบอกได้เลยว่าเมืองซาปานี้เป็นเมืองที่ดีมากๆเมืองที่เหมาะกับการมาเที่ยวอย่างแน่นอนและสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นและขึ้นชื่อมีชื่อเสียงมากที่สุดของเมืองซาปาคงหนีไม่พ้นนาขั้นบันได

        สำหรับนาขั้นบันไดในเมืองซาปานั้นบอกเลยว่ามีพื้นที่ขนาดใหญ่มากๆและอากาศที่นี่ก็ดีมากๆเช่นเดียวกันลักษณะของนาขั้นบันไดนั้นจะมีการทำนาแต่เป็นลักษณะของการทำนาแบบขั้นบันไดจากเนินเขาลดหลั่นกันลงมาเวลาที่เรามองจากด้านล่างขึ้นไปด้านบนนั้นจะเห็นความชันที่เป็นแบบขั้นบันไดและมีความสวยงาม

      โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากว่าเป็นช่วงที่ข้าวกำลังออกรวงข้าวสีสันของตวงข้าวแต่ละชั้นนั้นจะแตกต่างกันบางชั้นจะเป็นจะเป็นต้นข้าวสีทอง ในขณะที่บางชั้นจะเป็นต้นข้าวสีเขียว  ด้วยสีสันที่มีการตัดกันและยังมีการปลูกเป็นขั้นบันไดทำให้ที่นี่นั้นแลดูงดงามเป็นอย่างมากอย่างไรก็ตาม

สำหรับที่นี่นั้นเป็นสถานที่ที่มีอากาศต่ำสุดได้ถึง 0 องศาเซลเซียสซึ่งถ้าหากใครที่ไม่ชื่นชอบอากาศหนาวสักเท่าไหร่อาจจะต้องมีการเตรียมเสื้อหนาๆมาใส่หรือถ้าหากว่ามาช่วยในฤดูหนาวรับรองได้เลยว่าคุณอาจจะต้องเจอกับบรรยากาศหิมะตก

        อย่างไรก็ตามที่เมืองซาปาแห่งนี้นั้นเป็นพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปีและนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปีเช่นเดียวกันเพราะการทำนาขั้นบันไดนั้นจะมีการทำตลอดทั้งปีสลับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปเรื่อยๆที่นี่จึงเป็นจุดเช็คอินของนักท่องเที่ยวหลายคนที่พากันเดินทางมาถ่ายรูปสวยๆและเป็นจุดชมวิวที่ได้รับความนิยมอย่างมากแห่งหนึ่งในประเทศเวียดนามเลยทีเดียว 

 

สนับสนุนโดย.   ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

ส.ค. 01

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เจ็ดคด- โป่งก้อนเส้า ที่จังหวัดสระบุรี

สำหรับนักท่องเที่ยวคนไหนที่ไม่ค่อยมีเวลาว่างมากนักและต้องการไปเที่ยวในต่างจังหวัดที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯมากนักแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดสระบุรี ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เจ็ดคด ซึ่งจังหวัดแห่งนี้นั้นใช้ระยะเวลาในการเดินทางเพียงแค่ 130 กิโลเมตรก็ถึงแหล่งท่องเที่ยวแล้วโดยจังหวัดสระบุรีนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เน้นธรรมชาติหรือแม้แต่วัดวาอารามที่น่าสนใจและมีชื่อเสียง

      สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่จะพาไปเที่ยวในครั้งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับคนที่ชื่นชอบธรรมชาติและรักธรรมชาติอยากจะไปสูดอากาศที่บริสุทธิ์และที่สำคัญเป็นนักท่องเที่ยวแนวแอดเวนเจอร์ที่ชื่นชอบการผจญภัยเพราะการไปเที่ยวที่นี่นั้นจะต้องใช้เท้าเดินเข้าไปยังจุดท่องเที่ยวซึ่งจะต้องเดินเท้าไกลถึง 4 กิโลเมตรเลยทีเดียว

      และสถานที่ท่องเที่ยวที่เรากำลังพูดถึงนี่ก็คือศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศเจ็ดคด –  โป่งก้อนเส้า  ที่นี่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เดินทางมาพักผ่อนหย่อนใจจะมากันเป็นบาปกลุ่มโดยส่วนใหญ่ก็จะพากันมาเป็นแบบครอบครัวหรือไม่ก็พากันมาแบบเพื่อนฝูงนัดแนะมาเจอและมาเที่ยวร่วมกันเพราะจะมีการตั้งแคมป์และกางเต็นท์นอน

        จุดที่เจ้าหน้าที่ได้มีการเตรียมพื้นที่สำหรับให้นักท่องเที่ยวกางเต็นท์นอน ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เจ็ดคด นั้นจะอยู่ใกล้กับอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เมื่อตื่นเช้าขึ้นมาจะเห็นวิวของอ่างเก็บน้ำรายล้อมไปด้วยต้นไม้และวิวภูเขานอกจากนี้ยังมีทะเลหมอกทำให้เช้ามานั้นจะได้เจอกับภาพที่มีความสวยงามและที่สำคัญอากาศที่นี่สดชื่นอากาศดีมาก  สามารถสูดออกซิเจนเข้าได้อย่างเต็มปอดเลยทีเดียว

          นอกจากนักท่องเที่ยวจะมากางเต็นท์นอนแล้วในช่วงเวลากลางวันนักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางไปเที่ยวตามจุดท่องเที่ยวต่างๆภายในศูนย์ศึกษาธรรมชาติและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเจ็ดคดแห่งนี้ได้เพราะที่นี่นั้นมีแหล่งท่องเที่ยวมากมายที่ให้นักท่องเที่ยวนั้นได้แวะท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นการไปเที่ยวเล่นน้ำที่น้ำตกเจ็ดคด   หรือถ้าใครชอบเดินป่าก็สามารถไปเดินศึกษาเส้นทางการเดินป่าศึกษาต้นไม้รวมถึงดอกไม้ป่าภายในศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศแห่งนี้ได้

       อย่างไรก็ตามที่นี่ไม่ได้มีเพียงแค่น้ำตกเจ็ดคตที่เดียวเท่านั้นแต่ที่นี่ยังมีน้ำตกอีกหลายแห่งไม่ว่าจะเป็นน้ำตกเจ็ดคตใต้หรือน้ำตกเจ็ดคตกางและน้ำตกเจ็ดคตใหญ่ซึ่งแต่ละแหล่งนั้นก็จะมีความสวยงามที่แตกต่างกันออกไปและอยู่ไม่ไกลจากจุดกางเต็นท์เดินไปเพียงแค่ประมาณ 1.2 กิโลเมตรก็ได้เล่นน้ำตกกันแล้ว 

   สำหรับนักท่องเที่ยวคนไหนที่สนใจจะเดินทางไปเที่ยวที่ศูนย์ธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศเจ็ดคดนี้สามารถขับรถออกมาจากกรุงเทพฯแล้วขับตรงมาเรื่อยๆบนถนนพหลโยธินจะมีป้ายบอกทางหรือนักท่องเที่ยวจะดูจาก gps ก็ได้โดยที่นี่จะตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของอำเภอแก่งคอย

 

สนับสนุนโดย.   Gclub ฟรี 500

ก.ค. 23

พาเที่ยววัดศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี

สำหรับจังหวัดสุพรรณบุรีนั้นเป็นจังหวัดเก่าแก่จังหวัดหนึ่งของประเทศไทย พาเที่ยววัดศรีรัตนมหาธาตุ และเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากในละครวรรณคดีไทยอย่างเช่นเรื่องของขุนช้างขุนแผนเกิดขึ้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีนั้นเอง  อย่างไรก็ตามปัจจุบันนี้จังหวัดสุพรรณบุรีนั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่น่าสนใจอย่างมาก

         ไม่ว่าจะเป็นการตามรอยวรรณคดีไทยอย่างเรื่องขุนช้างขุนแผนหรือแม้แต่การเดินทางไปท่องเที่ยวต่างๆในจังหวัดสุพรรณบุรีโดยเฉพาะการไปไหว้วัดและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในจังหวัดสุพรรณบุรีโดยในครั้งนี้เราจะพาไปสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งซึ่งเป็นโบราณสถานและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังในจังหวัดสุพรรณบุรีเช่นเดียวกันนั่นก็คือวัดพระศรีรัตนมหาธาตุนั่นเอง

        พาเที่ยววัดศรีรัตนมหาธาตุ แห่งนี้นั้นว่ากันว่ามีชื่อเสียงโด่งดังมากในช่วงตั้งแต่สมัยปีพ.ศ 2456 ซึ่งสมัยนั้นได้มีการค้นพบพระผงสุพรรณ   ซึ่งปัจจุบันนี้พระผงสุพรรณนั้นมีราคาที่สูงมากๆถ้าหากใครจะบูชาโดยการค้นพบครั้งแรกนั้นเกิดขึ้นเมื่อมีชาวบ้านได้มีการขุดดินตรงบริเวณฐานที่ประทับของพระปรางค์องค์ใหญ่ซึ่งอยู่ภายในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุนั่นเอง

         หลังจากที่ขุดลงไปแล้วก็มีทั้งพระพุทธรูปมากมายหลายองค์หลายปางเลยทีเดียวเรียกได้ว่าเป็นการเปิดกรุพระพุทธรูปครั้งยิ่งใหญ่ของจังหวัดเลยก็ว่าได้ซึ่งพระพุทธรูปแต่ละองค์ที่ค้นพบนั้นเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่อายุหลายร้อยปีและบันพระพุทธรูปที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากมีทั้งแบบพระผงสุพรรณและยังเป็นแบบรูปอื่นๆยกตัวอย่างพระพุทธรูปที่พบในครั้งนั้นก็คือพระสุพรรณหลังผานหรือพระกำแพงศอกและยังมีพระสุพรรณยอดโถรวมถึงพระมเหศวรอีกด้วยซึ่งเป็นพระดังๆที่ปัจจุบันนี้ถ้าหากมีการบูชาก็หลักล้านเป็นขึ้นไปนั่นเอง

           นอกจากนี้พื้นที่ภายในบริเวณรัฐนั้นก็ยังมีการตกแต่งเอาไว้อย่างสวยงามบริเวณโดยรอบของตัววัดก็ร่มรื่นร่มเย็นทางด้านฝั่งทิศตะวันตกของวัดนั้นจะอยู่ติดกับแม่น้ำสุพรรณบุรีและตัววัดนั้นก็เป็นศิลปะการก่อสร้างตั้งแต่สมัยอู่ทองสุพรรณภูมิเรียกได้ว่ามีความเก่าแก่และมีความงดงามเป็นอย่างมาก

           ภายในวัดจะมีพระปรางค์สีทองเหลืองอร่ามซึ่งชาวบ้านเคยนำไปบรรจุพระผงสุพรรณนอกจากนี้ยังมีวิหารพระผงสุพรรณซึ่งมีการประดับตกแต่งไว้อย่างสวยงามเรียกได้ว่าในช่วงเทศกาลทำบุญของจังหวัดสุพรรณบุรีชาวจังหวัดสุพรรณบุรีก็จะเดินทางมาที่วัดแห่งนี้ร่วมกันทำบุญขนาดใหญ่เพราะวัดนี้ถือได้ว่าเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดนั่นเอง 

         ดังนั้นหากใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแนวประวัติศาสตร์และเน้นการทำบุญไหว้พระแนะนำว่าหากมาเที่ยวที่จังหวัดสุพรรณบุรีก็อย่าลืมแวะมาไหว้พระที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุแห่งนี้เพราะเป็นวัดที่ชาวจังหวัดสุพรรณบุรีให้ความเคารพนับถือมากและเป็นวัดที่ศักดิ์สิทธิ์มากเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย    ทดลองเล่น gclub

ก.ค. 19

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่จะพาไปรู้จักกันในวันนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ในต่างประเทศ พิพิธภัณฑ์เบอร์ลิน โดยประเทศที่เราจะพาไปเที่ยวกันในครั้งนี้ก็คือประเทศเยอรมนีเชื่อว่าทุกคนย่อมรู้จักประเทศเยอรมนีเนื่องจากว่าเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั้งในเรื่องของเศรษฐกิจสังคมและผู้คนรวมถึงนักกีฬาฟุตบอลที่เก่งๆหลายคนนั้นก็เป็นคนของประเทศเยอรมนี

      สำหรับในเรื่องของการท่องเที่ยวเชื่อว่าบางคนอาจจะเคยเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศเยอรมนีกันมาบ้างแล้วโดยการท่องเที่ยวประเทศเยอรมนีในครั้งนี้เราจะไม่ได้พาไปแหล่งช้อปปิ้งแต่สภาพไม่รู้จักสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ในยุคดึกดำบรรพ์ได้โดยสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้นั้นเชื่อว่าเด็กๆทุกคนคงอยากจะลองได้มีโอกาสไปเที่ยวสักครั้งนึงอย่างแน่นอนเนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะพาไปรู้จักในประเทศเยอรมนีกันในครั้งนี้ก็คือพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เบอร์ลินนั่นเอง

       สำหรับพิพิธภัณฑ์แล้วเชื่อว่าหลายคนย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่ามักจะมีการนำหลักฐานทางโบราณคดีต่างๆรวมถึงประวัติศาสตร์ของประเทศนั้นๆนำมาจัดแสดงสิ่งของต่างๆที่ถูกนำมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์นั้นย่อมมีค่าอย่างหาที่เปรียบไม่ได้โดยเฉพาะคุณค่าทางประวัติศาสตร์ซึ่งแน่นอนว่าเราไม่สามารถหาคุณค่าแบบนี้ได้ในปัจจุบันนอกจากต้องมีการสะสมให้มีอายุเก่าแก่มานานหลายร้อยหลายพันปีนั้นเอง

    สำหรับพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของเบอร์ลินนั้นนอกจากจะมีการจัดแสดงสิ่งของต่างๆมากมายที่แสดงถึงประวัติความเป็นมาของประเทศเยอรมนีแล้วที่นี่ยังมีการจัดแสดงโครงกระดูกไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดโดยพิพิธภัณฑ์ในประเทศเยอรมนีนั้นมีมากมายหลายพิพิธภัณฑ์แต่ที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เบอร์ลินนี้ถือว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเยอรมนีเลยก็ว่าได้

      เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปใน พิพิธภัณฑ์เบอร์ลิน แห่งนี้สิ่งแรกที่คุณจะเห็นถึงความยิ่งใหญ่อลังการของสร้างประวัติศาสตร์ความเป็นมาของสัตว์ยุคดึกดำบรรพ์นั่นก็คือโครงกระดูกที่มีความสูงถึง 41 ฟุต 5 นิ้วซึ่งเป็นโครงกระดูกขนาดใหญ่ของไดโนเสาร์เรียกได้ว่าเป็นตัวเอกของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เลยก็ว่าได้ด้วยโครงกระดูกของไดโนเสาร์นี้เป็นของสายพันธุ์แบรคิโอซอรัส  

       ซึ่งสายพันธุ์นี้คือไดโนเสาร์สายพันธุ์คอยาวเป็นสายพันธุ์ที่กินพืชและโครงกระดูกนี้เป็นโครงกระดูกที่นับว่ามีความสูงมากที่สุดในประเทศเยอรมนีที่เคยได้มีการนำโครงกระดูกมาจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้อีกด้วยอย่างไรก็ตามโครงกระดูกแห่งนี้นั้นได้ถูกทางกินเนสบุ๊คขึ้นจดทะเบียนเอาไว้

เป็นที่เรียบร้อยแล้วว่ามีความสูงที่สุดในโลกของโครงกระดูกไดโนเสาร์ที่เคยมีการนำไปแสดงในพิพิธภัณฑ์นอกจากนี้ในพื้นที่แห่งนี้ยังมีการนำโครงกระดูกของไดโนเสาร์อีกมากมายหลายสายพันธุ์มาจัดแสดงโดยโครงกระดูกส่วนใหญ่ที่มีการขุดค้นพบนั้นจะถูกค้นพบมาจากที่ประเทศแทนซาเนียและถูกนำมาแสดงที่ประเทศเยอรมนีนั้นเอง 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย.   sexybaccarat

ก.ค. 13

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว สำหรับการปฏิบัติธรรมและแสวงบุญที่คุมาโนะ โคโดโดะ

สำหรับใครที่ชื่นชอบสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และเป็นสถานที่สำหรับแสวงบุญหรือปฏิบัติธรรมเรียกได้ว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเทพเจ้าทั้งหลาย คุมาโนะ โคโดโดะ  ที่ประเทศญี่ปุ่นมีสถานที่ดังกล่าวซึ่ง สถานที่แห่งนี้นั้นจะอยู่ตรงบริเวณเทือกเขาคุมาโนะ  ซึ่งเทือกเขานี้ว่ากันว่าเป็นเทือกเขาที่มีเทพเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์สิงสถิตอยู่ดังนั้นที่นี่จึงถือได้ว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของประเทศญี่ปุ่น

         ตามข้อมูลของประเทศญี่ปุ่นระบุว่าเทือกเขาคุมาโนะแห่งนี้นั้นถูกค้นพบตั้งแต่สมัยเฮอันซึ่งทางราชสำนักนั้นได้พยายามให้ทหารออกมาค้นหาสถานที่ที่เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมและเป็นเหมือนกับสวรรค์บนดินหลังจากนั้นจึงมาค้นพบเทือกเขาแห่งนี้เนื่องจากว่าทางด้านผู้ครองเมืองมีความเลื่อมใสศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาและในช่วงจังหวะนั้นประเทศญี่ปุ่นก็มีการนับถือศาสนาชินโตทำให้มีการสร้างศาลเจ้าขนาดใหญ่เอาไว้ที่เทือกเขาคุมาโนะแห่งนี้โดยมีทั้งหมด 3 ศาลเจ้าด้วยกัน 

          นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านธรรมดาหรือแม้แต่พวกเหล่าบรรดาชนชั้นกลางหรือพวกซามูไรหรือกลุ่มคนชั้นสูงก็สามารถเดินทางมาที่เทือกเขาแห่งนี้เพื่อกราบไหว้บูชาเทพเจ้าได้กันทุกคน สำหรับศาลเจ้าที่สำคัญที่ถูกสร้างเอาไว้ 3 แห่งนั้นได้แก่ 

       ศาลเจ้าคุมาโนะฮอนกุ ไทฉะ  คุมาโนะ โคโดโดะ ซึ่งศาลเจ้าแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากไม้ฮิโนกิ  สัญลักษณ์ของศาลเจ้าแห่งนี้นั้นจะเป็นนกกา 3 ขาซึ่งนกชนิดนี้เป็นสัญลักษณ์ของเทพซึ่งมีชื่อเรียกว่ายาตะการาสึ  สำหรับศาลเจ้าแห่งนี้จะคุ้มครองเกี่ยวกับเรื่องของการเดินทางเพราะฉะนั้นถ้าหากว่าใครต้องการที่จะเดินทางไปไหนให้แคล้วคลาดปลอดภัยก็มักจะมากราบไหว้ขอพรจากเทพเจ้าที่ ศาลเจ้าคุมาโนะฮอนกุ ไทฉะ แห่งนี้นั่นเอง

      สำหรับศาลเจ้าต่อมาคือศาลเจ้า นาจิซัง  เซกันโท- จิ  สำหรับศาลเจ้าแห่งนี้เป็นศาลเจ้าที่มีการสร้างเอาไว้อย่างสวยงามที่สำคัญยังมีน้ำตกนาจิอยู่ใกล้กับศาลเจ้าแห่งนี้อีกด้วยที่นี่เป็นศาลเจ้าที่มีความเก่าแก่มากที่สุดภายในบรรดา 3 ศาลเจ้าทั้งหมดและนักท่องเที่ยวมักจะเดินทางมากราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลเจ้าแห่งนี้เยอะมากที่สุดเนื่องจากว่านอกจากจะมาขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วยังมาชื่นชมความสวยงามของน้ำตกนาจิซึ่งได้ชื่อว่าเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดของประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง

     สำหรับศาลเจ้าที่ 3 นั้นคือศาลเจ้าคุมาโนะ ฮายาทามะ ไทฉะ สำหรับศาลเจ้าแห่งนี้นั้นเป็นศาลเจ้าที่สร้างขึ้นเพียงแค่ชั้นเดียวเท่านั้นโดยมีการทาสีแดงซึ่งเป็นสีสันสะดุดตานอกจากนี้สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวก็จะเห็นได้จากการมีต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ขึ้นอยู่ข้างศาลเจ้าซึ่งต้นไม้ต้นนี้นั้นว่ากันว่ามีอายุเก่าแก่เกินกว่า 1000 ปีมาแล้วเรียกได้ว่าเป็นต้นไม้ที่มีความศักดิ์สิทธิ์และประชาชนชาวญี่ปุ่นให้ความเคารพนับถือต้นไม้ชนิดนี้กันมากเลยทีเดียว 

 

สนับสนุนโดย    ufabet ฝากเงิน ออโต้

ก.ค. 07

เที่ยวเมือง ทัวร์เน ประเทศเบลเยี่ยม

เมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศเบลเยียมนั้นชื่อว่าเมือง ทัวร์เน  และด้วยความที่เป็นเมืองที่เก่าแก่นั่นเองทำให้เมืองนี้กลายเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สำคัญมากที่สุด เที่ยวเมือง ทัวร์เน  ในประเทศด้วยเรื่องนี้นั้นถ้าออกเสียงด้วยภาษาดัตช์จะออกเสียงว่า Doornik  ด้วยเมืองแห่งนี้นั้นจะอยู่ห่างจากกรุงบรัสเซลส์ไปประมาณ 85 กิโลเมตรโดยอยู่ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้นั่นเอง

       แน่นอนว่าด้วยการมีชื่อเสียงเกี่ยวกับเรื่องของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่มีมาอย่างยาวนานของประเทศดังนั้นที่นี่สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะยังคงเป็นวิหารต่างต่างซึ่งถูกออกแบบเอาไว้อย่างสวยงามและเป็นสถาปัตยกรรมในช่วงประมาณศตวรรษที่ 12 อย่างเช่นมหาวิหาร โนเทรอดาม    

          ซึ่งมหาวิหารแห่งนี้มีลักษณะของการก่อสร้างในรูปแบบของสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์  จะเห็นได้ว่าการก่อสร้างมหาวิหารแห่งนี้นั้นจะมีกันตกแต่งด้วยกระจกสีแบบโมเสสนอกจากนี้ยังมีการสร้างหอยพลอยขนาดใหญ่ไว้ทั้งหมดถึง 5 หลังด้วยกันเอาไว้ล้อมรอบมหาวิหารแห่งนี้ซึ่งหอคอยทั้ง 5 หลังนั้นมีการสร้างในรูปแบบของสไตล์โกธิคแล้วถ้าเกิดสังเกตให้ดีดีจะเห็นได้ว่าตัวมหาวิหารนั้นจะมีการวาดภาพเอาไว้

       ซึ่ง เที่ยวเมือง ทัวร์เน  ภาพแต่ละภาพนั้นเป็นภาพโบราณอย่างมากเลยทีเดียวและที่สำคัญอายุของภาพวาดแต่ละผนังนั้นมีอายุเก่าแก่เกินกว่า 700 ปีขึ้นไปเรียกได้ว่าแค่ที่นี่ที่เดียวนั้นคุณก็จะสัมผัสกับของเก่าแก่ในยุคโบราณซึ่งมีอายุหลายร้อยปีดังนั้นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้จึงเหมาะกับคนที่ชอบเกี่ยวกับเรื่องของศิลปะชอบไปดูเรื่องของสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์โบราณ

      และในเมืองทัวร์เน ยังมีหอระฆังขนาดใหญ่ซึ่งหอระฆังที่นี่ชื่อว่าหอระฆังแห่ง ทัวร์เน นั้นเอง   เนื่องจากหอระฆังแห่งนี้นั้นเป็นหอระฆังที่มีการสร้างเก่าแก่หลายร้อยปีเรียกได้ว่าเก่าแก่มากที่สุดในหอระฆังทุกเมืองในประเทศเบลเยี่ยมเลยทีเดียวดังนั้นที่นี่ทางองค์การยูเนสโกจึงได้มีการยกย่องว่าเป็นหอระฆังที่เก่าแก่และเป็นมรดกของโลกด้วยหอระฆังแห่งนี้มีความสูงถึง 72 เมตรด้วยกันเรียกได้ว่าหอระฆังแห่งทัวร์เนนั้นเป็นสัญลักษณ์ของเมืองทัวร์เน นั้นเอง  

         สำหรับหอระฆังแห่งนี้ได้รับอนุญาตให้นักท่องเที่ยวนั้นได้เข้าไปชมความงดงามภายในหอระฆังและสามารถที่จะขึ้นไปบนทางยอดสูงสุดของหอระฆังเพื่อไปทำการชมวิวได้อีกด้วยซึ่งที่นี่บอกได้เลยว่าเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดของเมืองทัวร์เน  และเป็นจุดที่มองเห็นวิวได้สวยที่สุดเลยทีเดียว ดังนั้นที่นี่จึงกลายมาเป็น สถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวกันมากจนถึงขนาดที่จะต้องต่อแถวกันเลยทีเดียว 

 

สนับสนุนโดย.    Ufabet เข้าสู่ระบบ

มิ.ย. 25

เที่ยวสุเหร่าโซเฟีย เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี

            สถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะพาไปรู้จักในครั้งนี้นั้นเป็นพิพิธภัณฑ์ซึ่งด้านในนั้นมีภาพวาดศิลปะที่สวยงามอยู่มากมายและศิลปะที่ถูกสร้างขึ้นมาในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานหลายร้อยปีแต่เดิมนั้นที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่ได้เป็นพิพิธภัณฑ์มาก่อนแต่สถานที่แห่งนี้นั้น

แต่เดิมนั้นเคยเป็นโบสถ์ที่ถูกสร้างขึ้นมาสำหรับผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์   แต่หลังจากที่มีการทำสงครามโรมันและองค์สุลต่านมูฮัมเหม็ดสามารถที่จะเอาชนะสงครามในครั้งนี้ได้ก็ได้มีการเปลี่ยนโบสถ์ของศาสนาคริสต์กลายมาเป็นสุเหร่าของศาสนาอิสลามแทนพร้อมกับตั้งชื่อว่าฮาเกีย โซเฟีย 

          Hagia Sophia

นั้นเป็นสุเหร่าที่ตั้งอยู่ในเมืองอิสตันบูลเป็นสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่มาอย่างยาวนานไม่ต่ำกว่า 1,500 ปีและสถานที่แห่งนี้ยังถูกขนานนามว่าคือสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลางซึ่ง สุเหร่าโซเฟียก็คือ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์นั่นเองด้วยความสวยงามทั้งภายนอกและภายในของสุเหร่าแห่งนี้ทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างก็เดินทางมาชื่นชมความงดงามของสุราแห่งนี้กันเป็นอย่างมาก

      ตามประวัติการก่อสร้างฮาเกีย โซเฟีย

ว่ากันว่ามีการสร้างบูรณะซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ถึง 3 ครั้งด้วยกันด้วยครั้งแรกนั้นถูกสร้างขึ้นมาช่วงประมาณปีค.ศ. 360 หลังจากนั้นก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้มีการขยายอาณาเขตสร้างโบสถ์และวิหารเพิ่มมากขึ้นซึ่งเป็นช่วงประมาณปีค.ศ. 415 นอกจากนี้ที่ประเทศตุรกียังเคยเกิดการจลาจลซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นส่งผลทำให้โบสถ์ถูกทำลายจึงจำเป็นที่จะต้องมีการบูรณะซ่อมแซมขึ้นมาใหม่อีกครั้งซึ่งก็ตรงกับปีค.ศ. 532 นั่นเอง 

       หากคุณได้มีโอกาสมาเยี่ยมชมความสวยงามของสุเหร่าโซเฟียแล้วเราก็บอกได้เลยว่าคุณจะเห็นความสวยงามตั้งแต่ด้านนอกของตัวสุเหร่าและเมื่อคุณเดินเข้าไปด้านในคนก็จะยิ่งรู้สึกถึงความอัศจรรย์ใจของความงดงามที่มนุษย์นั้นได้รังสรรค์ขึ้นซึ่งแน่นอนว่ากว่าสุเหร่าแห่งนี้จะเป็นสุเหร่าที่มีความงดงามนั้นต้องผ่านการออกแบบจากสถาปนิกที่มีฝีมือมากมายเมื่อคุณเดินเข้าไปภายในตัวโบสถ์นั้นคุณจะเห็นเลยว่าพื้นปูนที่คุณเดินอยู่นั้นจะเป็นพื้นหินปูนซึ่งสถาปนิกได้ออกแบบให้มีการวาดลวดลายเอาไว้อย่างสวยงาม

      ในขณะเดียวกันยังมีการนำหินอ่อนมาประดับตกแต่งภายในซึ่งด้านในนั้นจะเห็นได้แล้วว่าจะมี ทั้งภาพวาดของพระเยซูรวมถึงภาพวาดของพระแม่มารีอาและยังมีภาพโมเสสเทวทูตนอกจากนี้ที่วิหารซึ่งเป็นโถงกลางขนาดใหญ่นั้นก็ยังมีการนำบัลลังก์ขององค์จักรพรรดิเมื่อวางเอาไว้และมีเสาอบรมเอาไว้ถึง 4 ต้น อาจกล่าวได้ว่าสถานที่แห่งนี้นั้นเป็นสถานที่ที่มีความงดงามและเป็นสถานที่ที่มีอิทธิพลด้านความสวยงามเป็นอย่างมาก 

 

ขอขอบคุณ     gclub ฝาก ขั้นต่ำ 20    ที่ให้การสนับสนุน

มิ.ย. 18

สนามแข่งรถฟอร์มูล่าวัน ( Monaco Steet Circuit ) ประเทศโมนาโก

         สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่จะพาไปเที่ยวในประเทศโมนาโกต่อไปนี้นั้นจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับคนที่ชื่นชอบความหวาดเสียวหรือชื่นชอบความเร็วเพราะสถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะพาไปรู้จักนั่นก็คือสนามแข่งรถฟอร์มูล่าวันซึ่งเป็นสนามแข่งรถขนาดใหญ่ที่มีความเก่าแก่  มากที่สุดในวงการแข่งรถของฟอร์มูล่าวันเลยก็ว่าได้ 

         สำหรับสนามแข่งรถในประเทศโมนาโกแห่งนี้นั้นถูกสร้างขึ้นมาและมีการเปิดให้เข้าไปใช้บริการที่สนามแข่งรถครั้งแรกได้ในช่วงปีค.ศ 1929 อย่างไรก็ตามสนามแข่งรถฟอร์มูล่าวันในประเทศโมนาโกนั้นความต้องการในการก่อสร้างขึ้นมานั้นไม่ได้ตั้งใจที่จะให้เป็นสถานที่สำหรับใช้ในการแข่งรถฟอร์มูล่าวัน

         สำหรับการสร้างถนนแห่งนี้แท้ที่จริงแล้วความต้องการของการก่อสร้างสนามแข่งรถแห่งนี้นั้นก็สร้างขึ้นมาเอาไว้ให้ประชาชนของประเทศโมนาโกนั้นใช้รถของตนเองขับบนท้องถนนเหมือนถนนธรรมดาทั่วไปของประเทศอื่นๆนั่นเองเพียงแต่ว่าที่ประเทศโมนาโกนั้นมีแต่บรรดาเศรษฐีอาศัยอยู่และรถที่คนส่วนใหญ่ในประเทศโมนาโกขับนั้นก็มักจะเป็นรถประเภทซุปเปอร์คาร์

         ดังนั้นเนื่องจากว่าเป็นประเทศของเมืองคนรวยจึงได้มีการจัดทำถนนหนทางเอาไว้ให้ดูหรูหราอลังการและยังสามารถที่จะนำมาใช้ในการขับรถกันเพื่อแข่งทดลองความเร็วของรถคนในประเทศโมนาโกได้ด้วยโดยถนนแห่งนี้มีความยาวโดยประมาณที่ 3.3 4 กิโลเมตรนั่นเอง 

            อย่างไรก็ตามที่สนามแข่งรถฟอร์มูล่าวันในประเทศมกนี้มักจะได้รับการต้อนรับจากบรรดานักแข่งรถฟอร์มูล่าวันทั้งหลายที่พวกเขานั้นอยากจะมาพิชิตความหวาดเสียวในการขับรถบนถนนในประเทศโมนาโกสาเหตุนั่นก็เพราะว่าประเทศโมนาโกนั้นมีขนาดเล็กด้านถนนที่มีการสร้างเอาไว้ขึ้นมาจึงมีการคดเคี้ยวและออกตามตรอกซอกซอย

        เนื่องจากว่าต้องมีการสร้างตามสภาพของผังของเมืองนั่นเองดังนั้นบางจุดถนนก็จะมีความแคบมากๆและบางจุดนั้นก็จะมีความโค้งและอันตรายเป็นอย่างมากเรียกได้ว่าเป็นถนนที่ท้าทายความตายเป็นอย่างมากเลยทีเดียวทำให้บรรดาคนที่ชื่นชอบความเร็วอยากจะเดินทางมาเที่ยวที่สนามแข่งรถฟอร์มูล่าวันในประเทศมอรอคโคกันมากเพราะอยากจะมาพิชิตความหวาดเสียวกันนั่นเอง 

          อย่างไรก็ตามตลาดนักท่องเที่ยวคนไหนอยากจะชมการแข่งรถในประเทศโมนาโกบนสนามแข่งรถฟอร์มูล่าวันแห่งนี้แล้วแล้วก็ในทุกๆปีนั้นจะมีการจัดการแข่งขันรถฟอร์มูล่าวันกันขึ้นโดยจะจัดขึ้นในช่วงประมาณเดือนพฤษภาคมและจะจัดช่วงประมาณสุดสัปดาห์ของเดือนดังนั้นหากใครอยากจะมาดูการแข่งรถที่นี่ให้มาช่วงเวลาเดือนพฤษภาคมนะคะ

 

 

ได้รับการสนับสนุนเรื่องราวโดย    Ufabet เข้าสู่ระบบ

มิ.ย. 11

เทรนด์การท่องเที่ยวในยุคโควิด-19 ระบาด

           สำหรับใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแล้วในช่วงเวลานี้คงรู้สึกอึดอัดและเบื่อไหนกันน่าดูเพราะไม่สามารถที่จะเดินทางไปเที่ยวที่ไหนได้เลยเนื่องจากว่าต้องเก็บตัวอยู่กับบ้านเพราะกลัวการติดเชื้อไวรัสโควิคนั่นเองเพราะไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหนทุกจังหวัดก็มีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิคเป็นหมดอย่างไร

ก็ตามวันนี้เราจะมาแนะนำการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่เป็นเทรนใหม่แห่งการท่องเที่ยวในช่วงที่ยังคงมีการระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งการเที่ยวแบบนี้จะทำให้เรายังสามารถเดินทางไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆได้และเราจะไม่เกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายและยังทำให้สุขภาพจิตของเราดีอีกด้วยเรามาดูกันว่าการท่องเที่ยวในยุค covid นั้นลักษณะของการท่องเที่ยวควรเป็นแบบไหน 

          แน่นอนเราคงต้องทิ้งการท่องเที่ยวแบบเดิมหรือฉีกกฎการท่องเที่ยวแบบเดิมไปเลยทีเดียวการท่องเที่ยวไปยังสถานที่ที่มีคนไปเที่ยวเยอะๆนั้นจำเป็นต้องงดงามนึกถึงทันทีส่วนการท่องเที่ยวแบบใหม่นั้นอาจจะเป็นการท่องเที่ยวแบบอิสระซึ่งเป็นการท่องเที่ยวแบบส่วนตัวโดยเราสามารถไปท่องเที่ยวคนเดียวก็ได้หรือเราจะไปเฉพาะคนในครอบครัว 4-5 คนพ่อแม่ลูกได้การท่องเที่ยวแบบนี้จะทำให้เรานั้นมีความเสี่ยงที่ติดเชื้อไวรัสโควิคได้น้อยลง

         สำหรับการท่องเที่ยวแบบส่วนตัวหรือ Private นั้นเป็นการท่องเที่ยวอย่างเช่นเราอาจจะล่องเรือไปท่องเที่ยวตามท้องทะเลต่างๆอย่างเช่น ที่ภูเก็ตจะมีเรือยอร์ชให้เช่าเหมาลำและสามารถที่จะขึ้นเรือยอร์ชไปท่องเที่ยวชมความงดงามของท้องทะเลได้  เราสามารถไปว่ายน้ำดูปะการังดูปลาในท้องทะเลหรือเดินชายหาดซึ่งควรจะเลือกชายหาดที่ไม่มีคนไปเที่ยวเยอะมากนักซึ่งการเที่ยวแบบนี้รับรองได้ว่าเราไม่ติดเชื้อไวรัสโควิตอย่างแน่นอน

         การท่องเที่ยวในช่วงเวลานี้ไม่จำเป็นที่จะต้องเดินทางไปเที่ยวถึงต่างประเทศร้อนภายในประเทศไทยนั้นก็สามารถที่จะมีสถานที่หลายแห่งที่เราสามารถเที่ยวแบบ Private ได้ที่สำคัญก่อนที่เราจะเดินทางไปเที่ยวนั้นเราควรฉีดวัคซีนป้องกัน covid เสียก่อนและควรมีการฉีดให้ครบโดสก่อนที่จะเดินทางไปเที่ยวเพราะเมื่อเราฉีดวัคซีนแล้วมันจะทำให้เราสามารถมั่นใจได้ส่วนหนึ่งว่าถึงเราอาจจะติดเชื้อไวรัสโควิด-19  แต่อาการก็จะไม่รุนแรงและหายป่วยได้เร็วนั่นเอง 

            อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะมีการระบาดของไวรัสโควิตอยู่แต่เราก็ยังสามารถออกไปเที่ยวได้ตามที่ใจเราต้องการไม่ว่าจะเป็นการไปเที่ยวทะเลหรือแม้แต่การไปเดินป่าชมความสวยงามของธรรมชาติเพราะไม่ว่าจะเป็นท้องทะเลหรือป่านั้นการท่องเที่ยวของเรานั้นก็สามารถเที่ยวแบบเว้นระยะห่างกับคนอื่นได้เพราะฉะนั้นการเที่ยวในลักษณะแบบนี้จะทำให้เราลดความเสี่ยงต่อการติดไวรัสโควิตอย่างแน่นอนและที่สำคัญเรายังได้ส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทยได้อีกด้วย

 

สนับสนุนโดย    ติดต่อ ufabet